พุยพุย

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560


•                     บันทึกอนุทิน
•                     ครั้งที่  2
•                     วัน พุธ ที่ 18 เดือน มกราคม 2560

•                      
•            ความรู้ที่ได้รับ

ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
1. กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความสามารถสูง
มีความเป็นเลิศทางสติปัญญา
เรียกโดยทั่ว ๆ ไปว่า “เด็กปัญญาเลิศ”
ลักษณะของเด็กปัญญาเลิศ
พัฒนาการทางร่างกายและจิตใจสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
อยากรู้อยากเห็นอย่างจริงจัง ชอบซักถาม
มีเหตุผลในการแก้ปัญหา  การใช้สามัญสำนึก
จดจำได้รวดเร็วและแม่นยำ
เด็กฉลาด
ตอบคำถาม              
สนใจเรื่องที่ครูสอน
ชอบอยู่กับเด็กอายุเท่ากัน 
ความจำดี
เรียนรู้ง่ายและเร็ว 
เป็นผู้ฟังที่ดี 
พอใจในผลงานของตน


Gifted 

•                 ตั้งคำถาม 
•                    เรียนรู้สิ่งที่สนใจ
•                    ชอบอยู่กับผู้ใหญ่หรือเด็กที่โตกว่า
•                    อยากรู้อยากเห็น ชอบคาดคะเน
•                    เบื่อง่าย  
•                    ชอบเล่า 

•                    ติเตียนผลงานของตน 



.  กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความบกพร่อง
1.               เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญา
2.               เด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน
3.               เด็กที่บกพร่องทางการเห็น
4.               เด็กที่บกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
5.                เด็กที่บกพร่องทางการพูดและภาษา
6.                เด็กที่บกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
7.                เด็กที่บกพร่องทางการเรียนรู้
8.                เด็กออทิสติก
9.                เด็กพิการซ้อน

 
 . เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญา
 
(Children with Intellectual Disabilities)
หมายถึง เด็กที่มีระดับสติปัญญา
หรือเชาว์ปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย
เมื่อเทียบเด็กในระดับอายุเดียวกัน
มี 2 กลุ่ม คือ เด็กเรียนช้า และเด็กปัญญาอ่อน
เด็กเรียนช้า
            - สามารถเรียนในชั้นเรียนปกติได้
            - เด็กที่มีความสามารถในการเรียนล่าช้ากว่าเด็กปกติ
            - ขาดทักษะในการเรียนรู้
            - มีความบกพร่องทางสติปัญญาเพียงเล็กน้อย
            - มีระดับสติปัญญา (IQ) ประมาณ 71-90
สาเหตุของการเรียนช้า
•                  ภายนอก
•                  ภายใน
1.            ภายนอก
2.            เศรษฐกิจของครอบครัว
3.            การสร้างเสริมประสบการณ์ให้แก่เด็ก
4.            สภาวะทางด้านอารมณ์ของคนในครอบครัว
5.            การเข้าเรียนไม่สม่ำเสมอ
6.            วิธีการสอนไม่มีประสิทธิภาพ


ภายใน
•                  พัฒนาการช้า
•                  การเจ็บป่วย

ระดับสติปัญญาต่ำ
            - พัฒนาการล่าช้าไม่เหมาะสมกับวัย
            - มีพฤติกรรมการปรับตนบกพร่อง
            - อาการแสดงก่อนอายุ 18

เด็กปัญญาอ่อน
แบ่งตามระดับสติปัญญา (IQ) ได้ 4 กลุ่ม
1. เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนักมาก IQ ต่ำกว่า 20
                        - ไม่สามารถเรียนรู้ทักษะด้านต่าง ๆ ได้เลย
                        - ต้องการเฉพาะการดูแลรักษาพยาบาลเท่านั้น
2. เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนัก IQ 20-34
•                  ไม่สามารถเรียนได้ ต้องการเฉพาะการฝึกหัดการช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันเบื้องต้นง่าย ๆ
กลุ่มนี้เรียกโดยทั่วไปว่า C.M.R (Custodial Mental Retardation
3. เด็กปัญญาอ่อนขนาดปานกลาง IQ 35-49
            - พอที่จะฝึกอบรมและเรียนทักษะเบื้องต้นง่าย ๆ ได้
            - สามารถฝึกอาชีพ หรือทำงานง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้ความละเอียดลออได้
            - เรียกโดยทั่วไปว่า T.M.R (Trainable Mentally Retarded)
4. เด็กปัญญาอ่อนขนาดน้อย IQ 50-70
•                  เรียนในระดับประถมศึกษาได้
•                  สามารถฝึกอาชีพและงานง่าย ๆ ได้
•                  เรียกโดยทั่ว ๆ ไปว่า E.M.R (Educable Mentally Retarded) 

การนำไปประยุกต์ใช้
สมารถนำไปใช้ได้จริงๆว่าเป็นคุณครูทำอย่างไรให้เหมาะสมกับการเกิดสถานการณ์ต่างๆขึ้นจริง

การประเมิน
ประเมินอาจารย์ - สอนสนุกมีการยกตัวอย่างชัดเจน
ประเมินเพื่อน   -  เพื่อนทุกคนตั้งใจเรียน
ประเมินตัวเอง -  ตั้งใจเรียนตั้งใจจดสไลด์ที่อาจารย์สอน

ภาพกิจกรรม










วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560



บันทึกอนุทิน
ครั้งที่  1
วัน พุธ ที่ 11 เดือน มกราคม 60

ความรู้ที่ได้รับ

เด็กที่มีความต้องการพิเศษ
 (Children with special needs )

เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
 ( Early Childhood with special needs )

ความหมายของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
ทางการแพทย์

มักจะเรียกเด็กที่มีความต้องการพิเศษว่า “เด็กพิการ”
หมายถึง
   เด็กที่มีความผิดปกติ มีความบกพร่อง สูญเสีย สมรรถภาพ อาจเป็นความผิดปกติ ความบกพร่องทางกาย การสูญเสียสมรรถภาพทางสติปัญญา ทางจิตใจ

2. ทางการศึกษา
ให้ความหมายเด็กที่มีความต้องการพิเศษว่าหมายถึง

   เด็กที่มีความต้องการทางการศึกษาเฉพาะของตัวเอง ซึ่งจำเป็นต้องจัดการศึกษาให้ต่างไปจากเด็กปกติทางด้านเนื้อหา หลักสูตร กระบวนการที่ใช้ และการประเมินผล

สรุปได้ว่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษหมายถึง
•                เด็กที่ไม่อาจพัฒนาความสามารถได้เท่าที่ควรจากการให้การช่วยเหลือ และการสอนตามปกติ
•                มีสาเหตุจากสภาพความ บกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์

พฤติกรรมและพัฒนาการ
ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
พัฒนาการ
•                การเปลี่ยนแปลงในด้านการทำหน้าที่และวุฒิภาวะของอวัยวะต่างๆรวมทั้งตัวบุคคล
•                ทำให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
•                เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน
•                พัฒนาการล่าช้าอาจพบเพียงด้านใดด้านหนึ่ง หลายด้าน หรือทุกด้าน
•                พัฒนาการล่าช้าในด้านหนึ่งอาจส่งผลให้พัฒนาการในด้านอื่นล่าช้าด้วยก็ได้

ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็ก
•                ปัจจัยทางด้านชีวภาพ 
•                ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมก่อนคลอด     
•                ปัจจัยด้านกระบวนการคลอด      
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมหลังคลอด

การประเมิน
ประเมินตัวเอง ตั้งใจฟังและจดบันทึก
ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟังที่อาจารย์อธิบาย

ประเมินอาจารย์ อาจารย์มีการยกตัวอย่างที่ชัดเจน