พุยพุย

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

     บันทึกอนุทิน
                                                                  ครั้งที่  4
                วัน พุธ ที่  8  เดือน  กุมภาพันธ์ 2560

ความรู้ที่ได้รับ

ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
 เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
(Children with Learning Disabilities)

•                   เรียกย่อ ๆ ว่า L.D. (Learning Disability)
•                   เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง
•                   ไม่นับรวมเด็กที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยทางการเรียน เด็กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการ หรือความบกพร่องทางร่างกาย
สาเหตุของ LD
•                   ความผิดปกติของการทำงานของสมองที่ไม่สามารถถอดรหัสตัวอักษรออกมาได้ (เชื่อมโยงภาพ ตัวอักษรเข้ากับเสียงไม่ได้)
•                   กรรมพันธุ์
1.               ด้านการอ่าน 
(Reading Disorder)
  1. หนังสือช้า ต้องสะกดทีละคำ
  2. อ่านออกเสียงไม่ชัด ออกเสียงผิด หรืออาจข้ามคำที่อ่านไม่ได้ไปเลย
  3.  ไม่เข้าใจเนื้อหาที่อ่าน หรือจับใจความสำคัญไม่ได้
ลักษณะของเด็ก LD ด้านการอ่าน
•                   อ่านช้า อ่านคำต่อคำ ต้องสะกดคำจึงจะอ่านได้
•                   อ่านออกเสียงไม่ชัดเจน
•                   เดาคำเวลาอ่าน
•                   อ่านข้าม อ่านเพิ่มคำ อ่านผิดประโยคหรือผิดตำแหน่ง
•                   อ่านโดยไม่เน้นคำ หรือเน้นข้อความบางตอน
•                   ผันเสียงวรรณยุกต์ไม่ได้
•                   ไม่รู้ความหมายของเรื่องที่อ่าน
•                   เล่าเรื่องที่อ่านไม่ได้ จับใจความสำคัญไม่ได้
2. ด้านการเขียน 
(Writing Disorder)
•                   เขียนตัวหนังสือผิด สับสนเรื่องการม้วนหัวอักษร เช่น จาก ม เป็น น หรือจาก ภ เป็น ถ เป็นต้น
•                   เขียนตามการออกเสียง เช่น ประเภท เขียนเป็น ประเพณี
•                   เขียนสลับ เช่น สถิติ เขียนเป็น สถิติ
ลักษณะของเด็ก LD ด้านการเขียน
•                   ลากเส้นวนๆ ไม่รู้ว่าจะม้วนหัวเข้าในหรือออกนอก ขีดวนๆ ซ้ำๆ
•                   เรียงลำดับอักษรผิด เช่น สถิติ เป็น สติถิ
•                   เขียนพยัญชนะหรือตัวเลขสลับกัน
     เช่น ม-น, ภ-ถ, ด-ค, พ-ผ, b-d, p-q, 6-9
•                   เขียนพยัญชนะ ก-ฮ ไม่ได้ แต่บอกให้เขียนเป็นตัวๆได้
•                   เขียนพยัญชนะ หรือ ตัวเลขกลับด้าน คล้ายมองจากกระจกเงา
•                   เขียนคำตามตัวสะกด เช่น เกษตร เป็น กะเสด
•                   จับดินสอหรือปากกาแน่นมาก
•                   สะกดคำผิด โดยเฉพาะคำพ้องเสียง ตัวสะกดแม่เดียวกัน ตัวการันต์
•                   เขียนหนังสือช้าเพราะกลัวสะกดผิด
•                   เขียนไม่ตรงบรรทัด ขนาดตัวอักษรไม่เท่ากัน ไม่เว้นขอบ ไม่เว้นช่องไฟ
•                   ลบบ่อยๆ เขียนทับคำเดิมหลายครั้ง
3. ด้านการคิดคำนวณ 
(Mathematic Disorder)
•                   ตัวเลขผิดลำดับ
•                   ไม่เข้าใจเรื่องการทดเลขหรือการยืมเลขเวลาทำการบวกหรือลบ
•                   ไม่เข้าหลักเลขหน่วย สิบ ร้อย
•                   แก้โจทย์ปัญหาเลขไม่ได้
ลักษณะของเด็ก LD ด้านการคำนวณ
•                   ไม่เข้าใจค่าของตัวเลขเช่นหลักหน่วยสิบร้อยพันหมื่นเป็นเท่าใด
•                   นับเลขไปข้างหน้าหรือถอยหลังไม่ได้
•                   คำนวณบวกลบคูณหารโดยการนับนิ้ว
•                   จำสูตรคูณไม่ได้
•                   เขียนเลขกลับกันเช่น13เป็น31
•                   ทดไม่เป็นหรือยืมไม่เป็น
•                   ตีโจทย์เลขไม่ออก
•                   คำนวณเลขจากซ้ายไปขวาแทนที่จะทำจากขวาไปซ้าย
•                   ไม่เข้าใจเรื่องเวลา
4.              หลายๆ ด้านร่วมกัน




•                   แยกแยะขนาดสีและรูปร่างไม่ออก
•                   มีปัญหาความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา
•                   เขียน/อ่านตัวอักษรสลับซ้าย-ขวา
•                   งุ่มง่ามการประสานงานของกล้ามเนื้อไม่ดี
•                   การประสานงานของสายตา-กล้ามเนื้อไม่ดี
•                   สมาธิไม่ดี (เด็ก LD ร้อยละ 15-20 มีสมาธิสั้น ADHD ร่วมด้วย)
•                   เขียนตามแบบไม่ค่อยได้
•                   ทำงานช้า
•                   การวางแผนงานและจัดระบบไม่ดี
•                   ฟังคำสั่งสับสน
•                   คิดแบบนามธรรมหรือคิดแก้ปัญหาไม่ค่อยดี
•                   ความคิดสับสนไม่เป็นขั้นตอน
•                   ความจำระยะสั้น/ยาวไม่ดี
•                   ถนัดซ้ายหรือถนัดทั้งซ้ายและขวา
•                   ทำงานสับสนไม่เป็นขั้นตอน

                                                                          "ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว" 


การนำไปประยุกต์ใช้
 ใช้ในอนาคตได้ในการสอนเพื่อที่จะได้ทราบความต้องการของเด็กพิเศษการดูแลและการรับมือ
ประเมินอาจารย์  อาจารย์สอนสนุกมีตัวอย่าง
ประเมินเพื่อน เพื่อน   ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน
ประเมินตัวเอง  ตั้งใจฟังและบันทึกตาม





วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

  


      บันทึกอนุทิน
•                     ครั้งที่  3
•                     วัน พุธ ที่  25 เดือน มกราคม 2560

   ความรู้ที่ได้รับ

ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
 เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา
(
Children with Speech and Language Disorders)

เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด

หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องซึ่งเกิดจากการพูดผิดปกติ ในด้านความชัดเจนในการปรับปรุงแต่งระดับและคุณภาพของเสียง จังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด

1. ความบกพร่องในด้านการปรุงเสียง (
Articulator Disorders)
•                  เสียงบางส่วนของคำขาดหายไป "ความ" เป็น "คาม"
•                  ออกเสียงของตัวอื่นแทนตัวที่ถูกต้อง "กิน" "จิน"  กวาด ฟาด
•                  เพิ่มเสียงที่ไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องลงไปด้วย "หกล้ม" เป็น "หก-กะ-ล้ม"
•                  เสียงเพี้ยนหรือแปล่ง "แล้ว" เป็น "แล่ว"

2. ความบกพร่องของจังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด (speech Flow Disorders)
•                  พูดไม่ถูกตามลำดับขั้นตอน ไม่เป็นไปตามโครงสร้างของภาษา
•                  การเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง
•                  อัตราการพูดเร็วหรือช้าเกินไป
•                  จังหวะของเสียงพูดผิดปกติ
•                  เสียงพูดขาดความต่อเนื่อง สละสลวย
•                 
3. ความบกพร่องของเสียงพูด
(
Voice Disorders)ความบกพร่องของระดับเสียง
•                  เสียงดังหรือค่อยเกินไป
•                  คุณภาพของเสียงไม่ดี
ความบกพร่องทางภาษา 

หมายถึง การขาดความสามารถที่จะเข้าใจความหมาย
ของคำพูด และ/หรือไม่สามารถแสดงความคิดออกมาเป็นถ้อยคำได้

1.            การพัฒนาการทางภาษาช้ากว่าวัย             (Delayed Language)

มีความยากลำบากในการใช้ภาษา
มีความผิดปกติของไวยากรณ์และโครงสร้างของประโยค
ไม่สามารถสร้างประโยคได้
มีความบกพร่องทางเชาว์ปัญญา อารมณ์ สมองผิดปกติ
ภาษาที่ใช้เป็นภาษาห้วน ๆ


2. ความผิดปกติทางการพูดและภาษาอันเนื่องมาจากพยาธิสภาพที่สมอง โดยทั่วไปเรียกว่า
Dysphasia หรือ aphasia
•                  อ่านไม่ออก (alexia)
•                  เขียนไม่ได้ (agraphia )
•                  สะกดคำไม่ได้
•                  ใช้ภาษาสับสนยุ่งเหยิง
•                  จำคำหรือประโยคไม่ได้
•                  ไม่เข้าใจคำสั่ง
•                  พูดตามหรือบอกชื่อสิ่งของไม่ได้
•                  Gerstmann’s syndrome
•                  ไม่รู้ชื่อนิ้ว (finger agnosia)
•                  ไม่รู้ซ้ายขวา (allochiria)
•                  คำนวณไม่ได้ (acalculia)
•                  เขียนไม่ได้ (agraphia)
•                  อ่านไม่ออก (alexia)
ลักษณะของเด็กบกพร่องทางการพูดและภาษา
•                  ในวัยทารกมักเงียบผิดธรรมชาติ ร้องไห้เบา ๆ และอ่อนแรง
•                  ไม่อ้อแอ้ภายในอายุ 10 เดือน
•                  ไม่พูดภายในอายุ 2 ขวบ
•                  หลัง 3 ขวบแล้วภาษาพูดของเด็กก็ยังฟังเข้าใจยาก
•                  ออกเสียงตัวสะกดไม่ได้
•                  หลัง 5 ขวบ เด็กยังคงใช้ภาษาที่เป็นประโยคไม่สมบูรณ์ในระดับประถมศึกษา
•                  มีปัญหาในการสื่อความหมาย พูดตะกุกตะกัก
•                  ใช้ท่าทางในการสื่อความหมาย



5. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
 (Children with Physical and Health Impairments)



•                  เด็กที่มีอวัยวะไม่สมส่วน

•                  อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งหายไป
•                  เจ็บป่วยเรื้อรังรุนแรง
•                  มีปัญหาทางระบบประสาท
•                  มีความลำบากในการเคลื่อนไหว
โรคลมชัก (Epilepsy)
•                  เป็นลักษณะอาการที่เกิดเนื่องมาจากความผิดปกติของระบบสมอง
•                  มีกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติและมากเกินปล่อยออกมาจากเซลล์สมองพร้อมกัน
1.การชักในช่วงเวลาสั้น ๆ (Petit Mal)
•                  อาการเหม่อนิ่งเป็นเวลา 5-10วินาที
•                  มีการกระพริบตาหรืออาจมีเคี้ยวปาก
•                  เมื่อเกิดอาการชักเด็กจะหยุดชะงักในท่าก่อนชัก
•                  เด็กจะนั่งเฉย หรือเด็กอาจจะตัวสั่นเล็กน้อย
2.การชักแบบรุนแรง (Grand Mal)
•                  เมื่อเกิดอาการชัก เด็กจะส่งเสียง หมดความรู้สึก ล้มลง กล้ามเนื้อเกร็ง เกิดขึ้นราว 2-5 นาที จากนั้นจะหาย และนอนหลับไปชั่วครู
3.อาการชักแบบ Partial Complex
•                  มีอาการประมาณไม่เกิน 3 นาที
•                  เหม่อนิ่ง 
•                  เหมือนรู้สึกตัวแต่ไม่รับรู้และไม่ตอบสนองต่อคำพูด
•                  หลังชักอาจจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ และต้องการนอนพัก
4.อาการไม่รู้สึกตัว (Focal Partial)
•                  เป็นอาการที่เกิดขึ้นในระยะสั้น เด็กไม่รู้สึกตัว อาจทำอะไรบางอย่างโดยที่ตัวเองไม่รู้ เช่น ร้องเพลง ดึงเสื้อผ้า เดินเหม่อลอย แต่ไม่มีอาการชัก



5.ลมบ้าหมู (Grand Mal)
•                  เมื่อเกิดอาการชักจะทำให้หมดสติ และหมดความรู้สึกในขณะชักกล้ามเนื้อเกร็งหรือแขนขากระตุก กัดฟัน กัดลิ้น




การปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน ในกรณีเด็กมีอาการชัก
•                  จับเด็กนอนตะแคงขวาบนพื้นราบที่ไม่มีของแข็ง
•                  ไม่จับยึดตัวเด็กขณะชัก
•                  หาหมอนหรือสิ่งนุ่มๆรองศีรษะ
•                  ดูดน้ำลาย เสมหะ เศษอาหารออกจากปาก เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง
•                  จัดเสื้อผ้าเด็กให้หลวม
•                  ห้ามนำวัตถุใดๆใส่ในปาก
•                  ทำการช่วยหายใจโดยวิธีการเป่าปากหากเด็กหยุดหายใจ

ซี.พี.
(
Cerebral Palsy)





•                   การเป็นอัมพาตเนื่องจากระบบประสาทสมองพิการ หรือเป็นผลมาจากสมองที่กำลังพัฒนาถูกทำลายก่อนคลอด ระหว่างคลอด หรือหลังคลอด
•                   การเคลื่อนไหว การพูด พัฒนาการล่าช้า เด็กซีพี มีความบกพร่องที่เกิดจากส่วนต่าง ๆ ของสมองแตกต่างกัน
1.กลุ่มแข็งเกร็ง (spastic)
•                   spastic hemiplegia อัมพาตครึ่งซีก
•                   spastic diplegia อัมพาตครึ่งท่อนบน
•                   spastic paraplegiaอัมพาตครึ่งท่อนบน

•                   spastic quadriplegia อัมพาตทั้งตัว





2.กลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเอง
(
athetoid , ataxia)
•                   athetoid อาการขยุกขยิกช้า ๆ หรือเคลื่อนไหวเร็วๆที่เท้า แขน มือ หรือที่ใบหน้าของ เด็กบางรายอาจมีคอเอียง ปากเบี้ยวร่วมด้วย
ataxia มีความผิดปกติในการทรงตัวของร่างกาย กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน
3. กลุ่มอาการแบบผสม (Mixed)
กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Muscular Distrophy)
•                   เกิดจากเส้นประสาทสมองที่ควบคุมกล้ามเนื้อส่วนนั้น ๆ เสื่อมสลายตัว
•                   เดินไม่ได้ นั่งไม่ได้ นอนอยู่กับที่
•                   จะมีความพิการซ้อนในระยะหลัง คือ ความจำแย่ลง สติปัญญาเสื่อม

•                   ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการด้วยโรคติดเชื้อ (Infection) เช่น วัณโรค กระดูกหลังโกง กระดูกผุ เป็นแผลเรื้อรังมีหนอง เศษกระดูกผุ
•                   กระดูกหัก ข้อเคลื่อน ข้ออักเสบ








                                                   โปลิโอ (Poliomyelitis)



โรคกระดูกอ่อน
 (Osteogenesis Imperfeta)






                                          Nick Vujicic


ลักษณะของเด็กบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
•                   มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว
•                   ท่าเดินคล้ายกรรไกร
•                   เดินขากะเผลก หรืออึดอาดเชื่องช้า
•                   ไอเสียงแห้งบ่อย ๆ
•                   มักบ่นเจ็บหน้าอก บ่นปวดหลัง
•                   หน้าแดงง่าย มีสีเขียวจางบนแก้ม ริมฝีปากหรือปลายนิ้ว
•                   หกล้มบ่อย ๆ
•                   หิวและกระหายน้าอย่างเกินกว่าเหตุ



การนำไปประยุกต์ใช้               นำไปสอนจริงๆได้กับเด็กในการเรียนการสอนรู้ถึงวิธีการดูและการสอนการป้องกันในหลายๆเนื้อหาที่เรียนไปในคาบนี้

ประเมินอาจารย์           อาจารย์สอนดีมีการยกตัวอย่างและคลิปวิดีโอ
ประเมินเพื่อน              เพื่อนทุกคนตั้งใจฟังและตั้งใจเรียน
ประเมินตัวเอง             เรียนไปก็จดไปดูคลิปที่อาจารย์เอามาให้ดูเป็นการเรียนที่เห็นภาพได้ชัดเจน